เปิดตำนานความเชื่อ ชีวิตติดกรรม สยามมงคล ชิมไปขลังไป คุยกับผี
» ไหว้แล้วรวย

ไปศาลเจ้าเง็กฮงตึ้ง สวนผัก ตลิ่งชัน กราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อเฮ่งเจีย หรือ ซุนหงอคงเทพผู้ประทานความสุขและเป็นผู้กำจัดเหล่าปีศาจร้าย

โพสโดย : admin เมื่อ : 7 ตุลาคม 2553, เข้าชมแล้ว 1,138 ครั้ง

“เมื่อชาวจีนได้เดินทางเข้าในประเทศสยามได้ทำการติดต่อค้าขายมาแต่ครั้ง เมืองสุโขทัยเป็นราชธานี จนมาถึงยุคที่กรุงศรีอยุธยาเป็นเมือหลวง ไม่พบหลักฐานยืนยันว่า มีศาลเจ้าเข้ามาตั้งเพื่อเป็นสิ่งสักการะของชาวจีน มาจนถึงในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ชาวจีนที่มาอาศัย เริ่มมีการผสมผสานทางวัฒนธรรม ยังไม่มีการสร้างศาลขึ้น ศาลเจ้าของชาวจีนเริ่มถูกบันทึกขึ้นในสมัย พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การนับถือบูชาเทพของชาวจีนจะไม่คงที่เสมอไป ถ้าเทพองค์ใดมีคนมากราบไหว้บูชามาก เทพองค์นั้นจะกลายเป็นเทพประจำศาล”

 

การนับถือบูชาเทพ จะกระทำในกลุ่มบางภาษาและอาชีพ เช่น จีนแต้จิ๊วจะนับถือเทพเจ้าเสวียนเทียนสั้งตี้ หรือเจ้าพ่อเสือ จีนไหลหลำนับถึอจุยโบยเนี้ยรวมถึงเทพกวนอู ศาลเจ้าที่ใหญ่และสำคัญ คือ ศาลเจ้าที่วัดเล่งเนี้ยยี่ อยู่ในย่านธุรกิจและเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญ ในย่านฝั่งธนก็มีศาลที่สำคัญอีกแห่ง คือ ศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจี่ย สวนผัก ตลิ่งชัน

 

ชาวจีน และชาวไทยเชื่อสายจีนในย่านสวนผัก ตลิ่งชัน ก็ได้มีการศาลเจ้า เป็นที่กราบไหว้บูชา ศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจี่ย ที่เป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจของชาวจีน และชาวไทยเชื่อสายจีน ก่อนอื่นนั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าพ่อเฮ่งเจี่ยกันก่อนว่ามาอย่างไร ตามตำนานเล่าว่า ได้ถือกำเนิดจากหินชนิดหนึ่งที่ถูกแสงสุริยันจันทราอาบมานานกว่าพันปี และวันหนึ่งได้แตกออกมีลิงตัวหนึ่งโดดออกมาจากหินก้อนนั้น เจ้าลิงตัวนั้นได้บุกขึ้นไปบนเขาฮักกั่วซาน (เขาผลไม้) เป็นที่อยู่อาศัยของลิงจำนวนมาก และตั้งตนเองเป็นใหญ่ (หัวหน้าฝูง) มีฉายาว่า “มุ้ยเกาอ๋อง”

 

วันหนึ่งมุ้ยเกาอ๋องเห็นลิงในฝูงตัวหนึ่งตายลงด้วยความชรา จึงเกิดความวิตกกังวลและคิดจะหาทางแก้ไขที่จะทำให้ตนเองไม่ต้องเจ็บหรือต้องตายไป จึงแยกออกจากฝูงเดินทางเพื่อเสาะเสวงหาไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ได้พบกับเซียน “โผเถโจซือ” (สุภูติ) และได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ จนมีอิทธิฤทธิ์สามารถแปลงกายได้ 72 ร่าง กระโดดตีลังกาคราหนึ่งได้ถึง 300 ลี้ พร้อมกับได้ชื่อว่า “ซุนหงอคง” เมื่อฝึกวิชาสำเร็จแล้วได้เกินความลำพองใจ เกิดอาการร้อนวิชาออกอาละวาดไปทั่วไม่เว้นแม้กระทั่งสวรรค์ หรือบาดาล ทำให้ทั้ง 3 โลกเกิดความปั่นป่วนโกลาหลไปหมด เรื่องร้อนไปถึง “เง็กเซียนฮ่องเต้” ได้ส่งทหารและเทพต่างๆ ไปจับซุนหงอคง และได้เข้าต่อสู้กันเหล่าทหารและเทพต่างล้มตายไปมากมาย นอกจากจะจับไม่ได้แล้ว กลับถูกซุนหงอคงเล่นงานจนแตกกระจานไปหมด ในที่สุดเง็กเซียนฮ่องเต้ต้องยอมแพ้ให้ยกซุนหงอคงขึ้นเป็นใหญ่ พร้อมแต่งตั้งให้เป็น “มหาเทพฉีเทียนเต้าเฉิน” ซุนหงอคงยังเหิมเกริมไม่เลิก ในมที่สุด “องค์พระยูไล” ต้องเสด็จมากำราบด้วยตัวเอง โดยจับซุนหงอคงขังไว้ในภูเขาหินไว้นานถึง 500 ปี และกำหนดไว้ว่าผู้ที่ช่วยออกมาได้คือ “พระถัมซังจั้ง” และซุนหงอคงต้องยอมบวชเป็นลูกศิษย์รับใช้พระถัมซังจั้ง ไปชัมภูทวีป (อินเดีย) และต้องคุ้มครองพระถัมซังจั้ง ไปตลอดทางด้วยจึงเป็นอิสระ

 

เจ้าพ่อเฮ่งเจีย หรือซุนหงอคง เป็นเทพผู้ประทานความสุขและเป็นผู้กำจัดเหล่าปีศาจร้าย ชนชาวจีนจึงนิยมกราบไหว้บูชา ปัจจุบันศาลเจ้าหลายแห่งจะมีรูปเคารพของเทพวานร หรือเจ้าพ่อเฮ่งเจีย เพื่อไว้ให้คนที่เลื่อมใสศรัทธามีโอกาสไปกราบไหว้ขอพร

 

เดิมศาลจ้าวพ่อเฮ่งเจีย เป็นศาลเจ้าเล็กๆ สร้างด้วยไม้ ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้นมีอายุราว 50 ปี ในครั้งนั้นมีการสัญจรได้ทางเดียวคือการเดินทางด้วยทางน้ำต้องนั่งเรือเข้าไป และในบริเวณศาลเป็นสวนผัก และบ้านผู้คนพักอาศัยจะไปไหนมาไหนต้องเดินทางด้วยเรือ ต่อมาได้มีการตัดถนนมีรถยนต์วิ่งผ่านอำนวยความสะดวกสามารถไปกราบไหว้ที่ศาลได้สะดวกกว่าเมื่อก่อนนี้มาก ปัจจุบันได้ทำการก่อสร้างศาลขึ้นมาใหม่เป็นก่ออิฐถือปูน โดยได้รวบเงินจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันก่อสร้างขึ้นมาใหม่ โดยมีการสร้างขึ้นใหม่เมื่อ ปี พ.ศ.2549 โดย ขณะนี้เหลือการตกแต่งเพียงบางส่วน คาดว่าจะให้เสร็จทันช่วงเทศกาลกินเจที่จะถึงนี้ มี นายรุ่งเรือง จงวิมาณสินธิ์ หรือ อาจารย์หุยเหลียง อาจารย์ทรงแห่งศาลปู่แปะกง และศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย ซึ่งเป็นชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีความศรัทธาและเลื่อมใสในอภินิหารของปู่แป๊ะกง และเจ้าพ่อเห้งเจีย ร่วมกันออกทุนทรัพย์ในก่อสร้าง เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นที่กราบไหว้สักการะ ของชาวสวนผัก ตลิ่งชัน และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในองค์ปู่แป๊ะกง และเจ้าพ่อเฮ่งเจี่ย

 

ปู่แป๊ะกง และเจ้าพ่อเห้งเจีย ชื่อเสียงของท่านลือไปไกลทั่วสารทิศว่าเป็น “เทพแห่งความศักดิ์สิทธิ์” โดยอาจารย์หุยเหลียง เป็นร่างทรง ใครมีความทุกข์ร้อน เจ็บไข้ หรือมีปัญหา ท่านจะช่วยเหลือทุกๆ คนที่มาขอความช่วยเหลือ และท่านสามารถรู้ล่วงหน้าได้เมื่อมีผู้ที่มาหา เพื่อจะให้ท่านช่วยเหลือปัดเป่าในความทุกข์นั้นๆ จากหนักให้เบา จากเบาให้หายไป ดังนั้นศาลเจ้าจะมีผู้คนแวะเวียนเข้ามากราบไหว้สักการะขอพรเป็นประจำ ขณะที่ผู้เขียนได้เข้าไปหาข้อมูล ได้เห็นมีผู้ศรัทธา เข้ามากราบไหว้และได้นำผลไม้ไปถวาย และก็ยังได้ถามถึงสาเหตุที่มากราบไหว้ และก็ได้ทราบเรื่องราวว่า ตนนั้นได้มีบุตรโดยที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน เกิดอาการแห้ง ด้วยที่ตนนั้นอยากได้ลูกมากจึงได้เดินทางมาขอลูกต่อ ปู่แปะกง และเจ้าพ่อเฮ่งเจีย และก็ได้ลูกสมใจดังที่ได้ขอเอาไว้ เมื่อสำเร็จจึงได้นำผลไม้ถวายและบอกกล่าวว่าสำเร็จตามที่ขอเอาไว้สมดังใจปรารถนา และก็ยังได้สอบถามผู้ที่ดูแลศาลเจ้าว่าผู้ที่มาศาลเพื่อกราบขอพรนั้นแล้วไม่ควรบนบาน โดยให้ผู้ที่จะขอในสิ่งใดให้อธิษฐานขอเอา เมื่อสำเร็จแล้วจึงนำเอาผลไม้ต่างๆ และผ้า 3 สี ถวายเพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าสิ่งที่ขอไปนั้นได้สำริดผลแล้ว ส่วนใหญ่ผู้คนที่มาขอเมื่อกลับไปแล้วจะได้สมหวังดังที่ขอ และก็กลับมานำของมาถวายว่าตนได้สำเร็จในสิ่งนั้นๆ

 

การกราบไหว้ขอพรนั้นจะได้หรือไม่ ตามแต่ที่เราได้ขอนั้นแล้ว จะต้องอยู่ในพื้นฐานที่เป็นไปได้ และจะต้องหมั่นสร้างบุญกุศลเพื่อเป็นการสร้างทานบารมีเพื่อที่จะได้พบกับความสำเร็จตามที่เราขอไว้ ศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย ตั้งอยู่ที่ ซ.สวนผัก 19 ตลิ่งชัน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา

 

ขอขอบพระคุณนิตยสารเซียน

บทความอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อเรียก :
รหัสผ่าน :
ยืนยันรหัสผ่าน :
อีเมล :
กรอกอีเมลของคุณ