อังคารพักร์เล็งพุธดับ กระดูกร้องไห้เพราะเกลือเป็นหนอน
อังคารพักร์เล็งพุธดับ
กระดูกร้องไห้เพราะเกลือเป็นหนอน?
เดือนนี้บรรยากาศของบ้านเมืองคงอยู่ภายในใต้อิทธิพลของดาวอังคาร (๓) เช่นเดือนที่ผ่านมา และดูจะเข้มข้นขึ้น หรือมีอิทธิพลด้านลบมากขึ้น เพราะการโคจรวิปริตพักร์องศาของดาวอังคารนั่นเอง พูดง่ายๆ ว่าดาวอังคารแรง! ซึ่งความหมายพื้นๆ ของดาวอังคารที่ใครๆ ก็รู้จักในฉายา “เทพเจ้าแห่งสงคราม” เป็นดาวที่ให้อิทธิพลด้านพลังงาน ความรุนแรง การต่อสู้ ความขัดแย้ง อุบัติเหตุ และสิ่งที่ทำให้เกิดภัย หรือความสะพรึงกลัว สิ่งที่ทำให้ตื่นตระหนก

ดาวอังคารเริ่มโคจรในเขตโจโรฤกษ์ ชื่อฤกษ์อุตตรผลคุนี มีพื้นที่บริเวณราศีสิงห์เชื่อมต่อกับราศีกันย์ โจโรฤกษ์มีพระอาทิตย์ (๑) เป็นเจ้าฤกษ์ ความร้อนแรงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากดาวอังคารจะเป็นธาตุไฟ (ตามแนวของโหราศาสตร์ภารตะ) แล้วพระอาทิตย์ก็เป็นเจ้าแห่งความร้อนในจักรวาลนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ทราบจะอธิบายความร้อนครั้งนี้ไว้อย่างไร เราคงได้สัมผัสกัน ไม่ว่าจะเป็นความร้อนหรือเดือดร้อนทางกาย และจิตใจ ซึ่งส่วนมากก็คงมาจากเรื่องที่ชวนให้หวาดหวั่นพรั่นกลัวนั่นเอง และคงมีอิทธิพลกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในหรือเรื่องระหว่างประเทศ
บรรยากาศทั่วไปผู้คนมักทำอะไรแบบ “ใจเร็วด่วนได้” ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ซึ่งก็มักจะเป็นการสร้างปัญหาและความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นกันในวงกว้าง ประกอบกับดาวเสาร์ก็จะโคจรวิปริตพักร์องศาในราศีตุลย์อีกด้วย ทำให้การติดต่อประสานงาน การสร้างความมั่นคงเป็นปึกแผ่น และสิ่งถาวรต่างๆ มีอุปสรรค รวมทั้งการเกษตร การปลูกสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นเรื่องที่มีปัญหามากมาย
นอกจากนี้ เรื่องของการบริหาร กระบวนการ และขบวนการต่างๆ มักหาเอกภาพความเป็นระเบียบได้ยาก และปลายเดือนนี้ ดาวอังคารจะเล็งกับดาวพุธ ดาวคู่ศัตรูที่สำคัญ ดาวคู่นี้เล็งกันขณะที่ดาวพุธดับ การทะเลาะเบาะแว้ง การยุแหย่ และทำร้ายกัน โดยเฉพาะจากเรื่องในอดีต
จะมีดีอยู่บ้างก็ตรงนี้ช่วงนี้ ดาวพฤหัสบดีอยู่ในข่ายเข้มแข็งที่ราศีเมษ ยังเป็นอันหวังได้ว่าแม้จะบรรยากาศหรือเหตุการณ์จะดีร้ายเพียงใดก็มักจะพบทางออก หรือการแก้ไขปัญหาได้ และดาวศุกร์ก็ยังเข้มแข็ง เป็นอุจวิลาสในราศีกุมภ์ด้วย เรื่องเศรษฐกิจยังคงฝ่าคลื่นลมครั้งนี้กันไปได้
ว่าเรื่องดาวอังคารพักร์ในราศีสิงห์ต่ออีกนิด ย้อนไปล่าสุด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ดาวอังคารเคยโคจรวิปริตพักร์องศาในบริเวณนี้มา รสชาติของชีวิตเราในช่วงนั้นเป็นอย่างไร หลายท่านคงยังจำได้ และหลายครอบครัว หลายกิจการ เมื่อเผลอนึกขึ้นมาอาจจะยังขยาดหวาดสะดุ้งเป็นบาดแผลที่ยังไม่ลืมเลือน เมื่อ ๑๕ ปีก่อน คือ ปีที่ฟองสบู่เศรษฐกิจไทยแตก ซึ่งอีกชื่อหนึ่งเรียกกันว่า "วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง" ตอนนั้นรัฐบาลประกาศเงินบาทลอยตัวทำให้ค่าแลกเปลี่ยนเงินปั่นป่วนหนักเพราะมีความแตกต่างกันมากอย่างฉับพลัน ทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินซวนเซเป็นแถบๆ ตามด้วยมีคนตกงานนับล้าน เพราะธุรกิจในแทบทุกวงการล่ม เราต้องกู้เงินจาก IMF ซึ่งแน่นอนว่าย่อมตามมาด้วยปัญหาสังคม ไม่มีเงินใช้จ่าย ไม่มีเงินส่งให้ทางบ้าน และครอบครัว เพราะหมดเนื้อหมดตัว บ้างก็ล้มละลาย บ้างก็ฆ่าตัวตาย หาความแน่นอนมั่นคงอะไรไม่ได้ ผู้ที่เคยทำงานดีๆ ตำแหน่งสูงๆ ก็พลิกชีวิต คนมีการศึกษา มีความรู้ความสามารถก็ไม่อาจเลือกงานได้อย่างที่เคย
หากมองจากอิทธิพลของดาวเคราะห์ใหญ่ๆ ปีนั้นต่างจากปีนี้หลายอย่าง ปีนั้นดาวเสาร์ (๗) กำลังจะโคจรเข้าราศีเมษ ซึ่งเป็นนิจ (อ่อนแอ อับแสง) พร้อมกับดาวพฤหัสบดี (๕) ก็เป็นนิจในราศีมังกรเช่นกัน เหตุการณ์เลวร้ายในวงกว้างจึงดิ่งลงเป็นความล่มสลายมหาศาล แต่ปีนี้ดาวเสาร์โคจรในราศีตุลย์ เป็นมหาอุจ แม้ว่าจะโคจรวิปริตพักร์องศา (วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕) บ้างก็ตามก็ยังนับว่าเข้มแข็งกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
โดย ไม้แปรก

