เปิดตำนานความเชื่อ ชีวิตติดกรรม สยามมงคล ชิมไปขลังไป คุยกับผี
» ไหว้แล้วรวย

วัดโลกโมฬี

โพสโดย : admin เมื่อ : 3 กุมภาพันธ์ 2555, เข้าชมแล้ว 293 ครั้ง

ไหว้แล้วรวย” ฉบับนี้ผมยังไม่ย้ายจังหวัดไปไหนครับ ต้องออกตัวก่อนว่าอาจจะนำเสนอวัดวาอารามหรือโบราณสถานในดินแดนล้านนากันอย่างต่อเนื่องไปเลย ด้วยเพราะมนต์ขลังและศิลปะทางเหนือมันน่าติดตาตรึงใจอย่างไรบอกไม่ถูก แถมความลึกลับที่น่าค้นหาก็ยังน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

 

จากฉบับที่แล้วเราไปแวะเวียนแถวเจ็ดยอดกัน ตอนนี้กระเถิบเข้ามาในกลางเมืองบริเวณถนนช้างเผือก ซึ่งอยู่หน้าคูเมืองที่วัยรุ่นนิยมออกมาเล่นน้ำสงกรานต์นั่นแหละครับ เราขอพาไปไหว้ขอโชคขอพรกันที่ “วัดโลกโมฬี” วัดเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ล้านนาที่กษัตริย์อยุธยาเคยเสด็จมาที่นี่ด้วย

 วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ติดถนนกึ่งกลางระหว่างแจ่งหัวรินกับประตูช้างเผือก สังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่ากำแพงวัดจะเป็นอิฐสีแดง ซุ้มประตูทางเข้าที่มีลวดลายสวยงาม หาไม่ยากครับเพราะอยู่ติดกับปั๊มน้ำมันจ่ออยู่หน้าคูเมืองเลยครับ เดี๋ยวลองมาดูประวัติความเป็นมากันสักหน่อย

 

วัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด แต่ก็ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานวัดพระธาตุดอยสุเทพ มีการระบุเอาไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ.1910 พระเจ้ากือนาธรรมมิกราช กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 6 ทรงมีความเลื่อมใสในพระมหาอุทุมพร แห่งเมืองเมาะตะมะ พระองค์จึงให้พระราชบุรุษไปอันเชิญพระมหาเถระเจ้ามาสืบศาสนายังล้านนาไทย

 

แต่ท่านก็ชราภาพมากแล้ว จึงได้ให้พระอนันทะเถระและพระเถระที่เป็นศิษย์อีก10 รูป มาสืบทอดพระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนาซึ่งคณะสงฆ์เหล่านั้นได้จำพรรษาที่วัดโลกโมฬี อันเป็นสถานที่ใช้ในการต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างเมือง กระทั่งในปี พ.ศ.2070 “พระเกศเมืองเกล้า” ที่เป็นกษัตริย์ขณะนั้นได้ถวายบ้านหัวเวียงให้เป็นพระอารามของวัดด้วย

 

ใน พ.ศ.2071 ได้มีการสร้างพระมหาเจดีย์และวิหารโลกโมฬี ต่อมาพระเกศเมืองเกล้าถูกลอบปลงพระชนม์ในปี พ.ศ.2088 เหล่าขุนนางได้อันเชิญพระบรมอัฐิมาบรรจุไว้ที่วัดโลกโมฬีนอกกำแพงเมืองเชียงใหม่ ด้านเหนือของพระอาราม ซึ่งถือเป็นพระอารามหลวงประจำพระองค์

 

เมื่อสิ้นกษัตริย์ครองเมือง เหล่าเสนาอามาตย์จึได้ทูลเชิญ “พระมหาเทวีจิรประภา” ราชธิดาขึ้นครองเมืองแทน อันเป็นช่วงที่ขุนนางเรืองอำนาจกลบรัศมีผู้ครองเมืองเอามาก เพราะว่ากษัตริย์เป็นสตรีเพศ ทำให้เมืองเชียงใหม่ดูอ่อนแอลง เป็นเหตุให้สมเด็จพระไชยราชาธิราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยายกพยุหะแสนยากรขึ้นเหนือมาหมายจะตีเอาเป็นเมืองประเทศราช

 

แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระนางเอง จึงเร่งแต่งเครื่องบรรณาการเข้าไปถวายเพื่อขอเป็นมิตรกับอโยธยา ทำให้เชียงใหม่รอดพ้นจากการถูกโจมตี จากนั้นก็ทูลเชิญพระไชยราชาธิราชไปทำบุญก่อกู่พระเกศเมืองเกล้าใหม่ที่วัดโลกโมฬีแห่งนี้ จนเป็นตำนานที่คนรุ่นหลังจดจำได้

 

เมื่อเชียงใหม่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าแล้วนั้น บ้านเมืองถูกเผาจนวอดวาย แต่วัดโลกโมฬีกลับรอดมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่า มังมหานรทาที่เข้ามาครองเมืองเชียงใหม่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างล้นพ้น จึงเมตตาธรรมเก็บวัดโลกโมฬีเอาไว้ในราชสำนักพม่ามาโดยตลอด

 

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจและถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดโลกโมฬีก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น พระมหาเจดีย์ ที่เป็นทรงปราสาทที่บรรจุอัฐิของพระเกศเมืองเกล้าเอาไว้ ส่วนที่พิเศษสุดๆ ก็คือ วิหารโลกโมฬีที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ด้วยศิลปะแบบล้านนาขนานแท้ อีกทั้งยังมีการอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุเอาไว้ในเศียรพระประธานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ความโดดเด่นอีกอย่างอยู่ที่บันไดทางขึ้นวิหาร เพราะมีรูปปั้นนาคาปรากฏกายอยู่ สร้างความน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ส่วนหน้าบันของวิหารประดับไปด้วยกระจกสี หลังคาลงพื้นด้วยสีดำทำให้ขับกับแสงสะท้อนของกระจกกลายเป็นความสวยงามขึ้นมาทันใด

 

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อ่านท่านใดที่มีความเลื่อมใส อยากไปกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ก็แนะนำให้ไปไหว้ขอพรในวิหารไม้สักทรงโบราณล้านนา และที่พลาดไม่ได้คือ ต้องไปขอพรพระเกศเมืองเกล้าตรงมหาเจดีย์โลกโมฬีด้วยนะครับ

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจากนิตยสารเซียน

โดย เสือหมอบแมวเซา

 

บทความอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อเรียก :
รหัสผ่าน :
ยืนยันรหัสผ่าน :
อีเมล :
กรอกอีเมลของคุณ