» เคล็ดซ้อเทือง
เคล็ดมงคลวันตรุษจีน
โพสโดย : admin เมื่อ : 20 มกราคม 2555, เข้าชมแล้ว 452 ครั้ง
เรื่องเคล็ดมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นมีมากมายหลายเรื่อง ซึ่งซ้อเองก็ได้ทยอยมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีอยู่เป็นประจำ

ในตรุษจีนปี 2555 นี้ซ้อก็จะขอนำเคล็ดเกี่ยวกับเรื่องของข้าว เกลือและทับทิม มาบอกกล่าวให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบพิธีกรรมให้เกิดความเป็นมงคล และขับไล่สิ่งไม่ดีให้ออกไปจากบ้านเรือนของท่านในช่วงเทศกาลตรุษจีนกัน
เรามาเริ่มกันด้วยเรื่องของข้าว (飯) กันก่อนเป็นลำดับแรกกันเลยดีกว่า ซึ่งข้าวที่ซ้อจะนำมาพูดถึงนี้ก็จะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ ข้าวสุกและข้าวสาร
คนจีนนั้นเขาจะไม่นิยมนำข้าวสุกมาใช้ทำการถวายพระ เซ่นไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ เซ่นไหว้เทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ภายในบ้านเรือนในช่วงของเทศกาลตรุษจีน โดยมักนำเส้นหมี่ดิบมาทำการไหว้แทน แต่ก็จะมียกเว้นบ้างในกรณี อาทิเช่น
1. ในกรณีเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภไช้ซิ้งเอี๊ย ที่จะเสด็จลงมาประทานโชคลาภความร่ำรวยในเช้ามืดของวันปีใหม่จีน โดยจะตักข้าวใส่ถ้วยจำนวน 5 ถ้วยให้พูน (5 นั้นสื่อถึง 5 ธาตุ หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 5 พระองค์) จะไม่นำหม้อข้าวทั้งหม้อทั้งใบไปตั้งไหว้ร่วม
2. ในวันชิวหยี (初二 วันที่ 2 ตามปฏิทินจีน) กับวันจั๊บโหงว (十五 วันที่ 15 ตามปฏิทินจีน) โดยเชื่อว่าการนำข้าวสุกมาเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางภายในบ้านเรือนในวันนี้ อันจะนำมาซึ่งความรุ่งเรืองในการค้าและโชคดีแก่ครอบครัวหรือกิจการ โดยจะทำการตักข้าวใส่ถ้วยจำนวน 5 ถ้วยให้พูนเพื่อนำไปเซ่นไหว้ และจะไม่นำหม้อข้าวทั้งใบไปตั้งไหว้ร่วม
3. ใช้ในการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จะใช้ข้าวสุกในการเซ่นไหว้ โดยจะไม่นำข้าวสุกไปไหว้ทั้งหม้อ จะตักข้าวสุกออกจากหม้อเป็นถ้วยๆ ให้พูนถ้วยตามจำนวนของบรรพบุรุษที่เราเชิญมาในการเซ่นไหว้ครั้งนั้น เพราะการกระทำเช่นนั้นเปรียบได้ดั่งการทำความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว โดยเราตักข้าวใส่ชามให้ท่านกินนั่นเอง และอาจจะนำหม้อข้าวที่เราได้ตักข้าวไปแล้วไปตั้งไหว้ร่วมด้วยก็ย่อมได้
4. ใช้ในการการเซ่นไหว้สัมภเวสีผีไม่มีญาติ จะใช้ข้าวสุกไปเซ่นไหว้ทั้งหม้อหรือตักใส่ชามใบใหญ่ไปไหว้เพียงใบเดียว ไม่แยกออกเป็นถ้วยๆ เหมือนดั่งการเซ่นไหว้ทั้ง 3 แบบที่กล่าวมาข้างต้น และจะเอากับข้าวเทรวมไว้ด้วยในหม้อข้าวที่เซ่นไหว้
หรือบางครั้งอาจจะแยกกับข้าวนั้นออกเป็นอย่างๆ ในการเซ่นไหว้สัมภเวสีผีไม่มีญาติก็ได้เช่นกัน แต่ข้าวสุกนั้นก็จะคงใส่ไว้ในหม้อเช่นเดิม โดยเป็นการสื่อและเชื่อกันว่าวิญญาณสัมภเวสีผีไม่มีญาติพวกนั้นไม่ใช่ญาติพี่น้องวงในของเราและเป็นดวงวิญญาณชั้นล่างสุด จึงไม่ทำการตักข้าวใส่ถ้วยให้ในการไหว้
ต่อไปก็คือเรื่องของเกลือ (鹽) ชาวจีนเชื่อกันว่าเกลือนั้นมีคุณสมบัติพิเศษในการขับไล่สิ่งอัปมงคลหรือภูตผีที่เลวร้ายทั้งหลายให้จากไปได้
เหมือนดั่งเช่นที่ในภาพยนตร์จีนหลายเรื่อง เวลาที่เขาเล่นการพนันแล้วเสียติดต่อกันเป็นประจำแล้วนั้น จะเห็นว่าตัวแสดงเขามักจะหยิบเกือบเกลือสาดข้ามไหล่ไปข้างหลัง ให้เข้าไปโดนตาของผีพนันที่มาทำให้เขาต้องเสียเงินเสียทองเรื่อยๆ ในการเล่นพนันนั้นเพื่อล้างซวย อีกทั้งเกลือนั้นก็ไปเข้าตาของผีพนันทำให้มันปวดแสบปวดร้อนลูกตาจนมองไม่เห็นหรือจากไปในทันที
หรือบางครั้งเราก็จะเห็นกันอยู่บ่อยๆ ค่ะว่าเมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับบ้านเรือนหรือร้านค้าของชาวจีน อาทิเช่น เปิดร้านมาก็ดันมีคนมาทำให้เสียฤกษ์ เช่นมาด่าทอต่อว่า หรือมาทำจู้จี้จุกจิกว่าจะซื้อสินค้าแล้วก็ไม่ซื้อ เมื่อคนนั้นจากไปแล้ว ชาวจีนก็จะรีบนำเกลือมาสาดหว่านหน้าบ้านไล่ล้างซวยในทันที
คราวนี้เรากลับมาดูเคล็ดวันตรุษจีนในเรื่องของเกลือกันต่อดีกว่า ในช่วงวันสุดท้ายของปีหรือวันไหว้สิ้นปีนั้น ชาวจีนจะมีเคล็ดด้วยการนำเกลือ นำข้าวสารและนำเหรียญมาใส่รวมกันในภาชนะ (ห้ามนำไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นเท่ากับเป็นการไปดูถูกเหยียดหยามสิ่งศักดิ์สิทธิ์)
พอทำการเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เซ่นไหว้บรรพบุรุษและสัมภเวสีผีไม่มีญาติเสร็จ ก็จะนำเกลือที่คลุกรวมกับข้าวสารและเหรียญมาทำการหว่านสาดภายในบ้านเรือนเพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลหรือภูตผีร้ายที่มาสิงสู่อยู่อาศัยภายในบ้านเรือนให้ออกไปให้หมด เตรียมบ้านให้เป็นมงคลไว้ต้อนรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่กำลังจะมาเยือนในเช้ามืดของวันปีใหม่
โดยเชื่อกันว่าเกลือนั้นมีคุณสมบัติป้องกันการเน่าเสียและมีความแสบเมื่อไปโดนกับแผล ซึ่งในกรณีนี้จะเปรียบได้กับการเอาน้ำเกลือไปราดใส่ร่างของภูตผีร้ายที่เน่าเฟะอันจะทำให้มันปวดแสบปวดร้อนจนอยู่ไม่ได้
เชื่อกันว่าข้าวสารนั้นมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ดี จึงถูกนำมาใช้ร่วมกับเกลือในการขับไล่ดูดซับสิ่งอัปมงคลที่ปรากฏในรูปของกลิ่นอับชื้น
ส่วนเหรียญที่ใส่หว่านสาดไปด้วยนั้นชาวจีนเชื่อกันว่า เมื่อจะไล่ภูตผีออกจากบ้านไปแล้ว เราก็ควรที่จะให้ทานเขาไปพร้อมๆ กันด้วย หรือพูดง่ายๆ คือจ้างให้ออกไปจากบ้านนั่นเอง อันมาจากสำนวนจีนที่ว่า “มีเงินก็หว่านไป ใช้ผีโม่แป้งได้” นั่นเอง
อีกทั้งเรื่องของข้าวสารและเกลือนั้น (ไม่รวมเหรียญ) สามารถนำมาใช้ในกรณีที่เราจะทำการก่อสร้าง ขุดเจาะ ต่อเติม บริเวณทิศชงองค์ไท้ส่วยให้ผ่อนโทษหนักให้เป็นเบาได้ด้วย โดยในแต่ละปีทิศชงขององค์ไท้ส่วยนั้นจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามทิศต่างๆ ของตัวบ้านในแต่ละปี
แต่ถ้าหากในปีนี้เราจำเป็นจริงๆ ว่าต้องซ่อมแซมต่อเติมบ้านบริเวณทิศที่ชงกับองค์ไท้ส่วยซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามนั้น ท่านก็ให้เราไปทำการเซ่นไหว้บอกกล่าวขอขมากับองค์ไท้ส่วยในบริเวณที่จะทำการซ่อมแซมต่อเติมบ้านตรงนั้นเสียก่อน จากนั้นก็ให้นำเกลือและข้าวสารไปโรยบริเวณนั้น ก่อนที่จะทำการซ่อมแซมต่อเติม โดยให้เกลือและข้าวสารเป็นสื่อกลางในการรับเอาพลังที่ไม่ดีนั้นไว้ไม่ให้มาตกกับคนในครอบครัวของเรานั่นเอง
เรื่องเคล็ดสุดท้ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ก็คือเรื่องของทับทิม (石榴) ชาวจีนเชื่อกันว่าต้นทับทิมนั้นเป็นต้นไม้มงคล อันจะนำมาซึ่งโชคดีที่มากมายและยังสามารถป้องกันหรือขับไล่สิ่งอัปมงคลให้มลายหายไปได้ด้วย

ดังนั้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนชาวจีนจึงมักนำกิ่งทับทิมหรือผลทับทิมมาใช้ในการเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเป็นประจำ แล้วจะเอาใบทับทิมนั้นจุ่มน้ำแทนน้ำมนต์เพื่อมาประพรมบ้านเรือนหลังจากหว่านเกลือ ข้าวสาร เหรียญ และเก็บรวมออกไปนอกบ้านหมดแล้ว โดยเชื่อว่าเมื่อเอาสิ่งไม่ดีออกจากบ้านไปแล้วก็จะทำการเติมสิ่งที่เป็นมงคลเข้าไป อีกทั้งเพื่อให้แน่ใจด้วยว่าภูตผีปิศาจจะไม่หลงเหลืออยู่ในบ้านอีก
พอรุ่งเช้าวันตรุษจีนก็จะเบิกฤกษ์เบิกชัยด้วยการนำผลทับทิม 2 ผลมาปาภายในบ้าน ทับทิมผลแรกจะปาภายในบ้านโดยปาลงพื้นพุ่งไปหาหน้าบ้านเพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าสิ่งอัปมงคลจงออกจากบ้านเรือนไปให้หมด
แล้วจะปาผลทับทิมที่สองลงกลางพื้นบ้าน โดยปาลงพื้นพุ่งเข้าไปในตัวบ้านให้เม็ดทับทิมแตกกระจายไปทั่วบ้าน พร้อมกล่าวคำที่เป็นมงคล อาทิ เฮง เฮง เฮง (โชคดีๆ) หรือ ยู่อี่ – ยู่อี่ (สมปรารถนาๆ) เพื่อแสดงว่าสิ่งอันเป็นมงคลได้แพร่กระจายเข้ามาอยู่เต็มบ้านเรือนของเราแล้ว
ลองเอาเคล็ดนี้เรื่องข้าว เรื่องเกลือและเรื่องทับทิมที่ซ้อเล่ามานี้ไปใช้กันดูนะคะ จะได้โชคดีไปตลอดปีใหม่จีนนี้ “ซิงเจียยู่อี่ ซิงนี้ฮวดไช้” ค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน
โดย ซ้อเทือง
บทความอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

