เปิดตำนานความเชื่อ ชีวิตติดกรรม สยามมงคล ชิมไปขลังไป คุยกับผี
» มหาเวทย์

พยากรณ์ปีมังกรดำ 2554

โพสโดย : admin เมื่อ : 28 ธันวาคม 2554, เข้าชมแล้ว 1,834 ครั้ง

ในเดือนมกราคม 2555 นี้ก็เวียนมาบรรจบครบวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “วันตรุษจีน (新年)” ในวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

 

โดยในปีนี้ปีนักษัตรจร 60 รอบก็ได้เวียนผันมาเป็นปีมะโรง (辰) ซึ่งมีธาตุนักษัตรเดิมเป็นธาตุดิน (土) แล้วมาปะทะกับธาตุของปีจรในปีนี้ซึ่งก็คือธาตุน้ำ (壬) รวมเรียกปีนี้ว่าปี “หยิมซิ้ง (壬辰)”

 

ซึ่งนักโหราศาสตร์จีนหลายท่านก็มองกันว่าในปีหยิมซิ้งนี้ จะเป็นปีที่พญามังกรดุเอาเรื่องก็ว่าได้ โดยเฉพาะภัยร้ายที่เกี่ยวกับห้วงน้ำใหญ่และที่เกี่ยวกับพื้นดินที่จะมาเยือนโลกของเราในปีนี้ โดยเขามองว่าธาตุเดิมของปีมะโรงซึ่งเป็นธาตุดินนั้นต้องมาทำหน้าที่สกัดกั้นแบกรับธาตุน้ำจำนวนมากของปีจรปีนี้

 

อีกทั้งธาตุเดิมของปีนักษัตรและธาตุของปีจรในปีนี้ทั้งคู่ต่างมีพลังเป็นพลังเอี๊ยง (พลังที่เคลื่อนไหว, บุก, เพศชาย) จึงถือว่าพลังธาตุของปีนักษัตรเดิมกับพลังธาตุของปีจรในปีนี้จะค่อนข้างปะทะกันรุนแรง

จนนักโหราศาสตร์จีนหลายท่านพูดกันว่า ปีนี้พญามังกรดำเจ้าแห่งมหาสมุทร อาจเกิดอาการพิโรธแล้วโผล่ออกมาจากถ้ำบาดาลขึ้นมาอาละวาดเกรี้ยวกราดได้ง่ายๆ

 

ทัศนะของนักโหราศาสตร์แดนมังกรหลายท่านก็ไม่ค่อยแตกต่างกับทัศนะของนักโหราศาสตร์ฝั่งชมพูทวีปสักเท่าใดนัก เนื่องด้วยนักโหราศาสตร์อินเดียเองก็มองว่าในปี 2555 นี้ รอบโคจร 60 ปีของดาวพฤหัสก็จะโคจรมาตกในรอบที่ชื่อว่า “วิชยะ” ในภาษาสันสกฤต หรือถ้าตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่า “พิชัย”

 

ซึ่งชื่อของรอบโคจรของดาวพฤหัสในรอบนี้มีสามารถตีความหมายได้เป็น 2 นัยยะ เพราะนัยยะแรกคำว่า “วิชยะ” จะแปลว่า “ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่ต้องแลกมากด้วยความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่” ด้วยเช่นกัน จึงสามารถแปลได้ทั้งว่าในปีนี้จะเกิดเรื่องสูญเสียใหญ่โตแล้วจึงค่อยเกิดเรื่องดีๆ อันยิ่งใหญ่ตามมาที่หลังก็ย่อมได้

 

นัยยะที่สองคำว่า “วิชยะ” นั้นก็แปลว่า “การปราบปราม” แล้วยังเป็นพระนามหนึ่งของพระยมผู้เป็นเทพเจ้าแห่งความตาย อีกทั้งยังเป็นพระนามอีกพระนามหนึ่งของพระแม่ทุรคาเทวี ผู้อุบัติมาเพื่อทำลายล้างเหล่าอสูรที่ชั่วร้ายโฉดเขลา จึงโยงไปว่าเทพเจ้าจะทำการปราบปรามหยิบยื่นความตายให้กับชาวโลกที่กำลังผิดศีลธรรมประพฤติตนอย่างอสูรร้ายให้หมดสิ้นไปหรือลดน้อยลง เพื่อยังให้เกิดการสถาปนาธรรมะให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง

 

ดังนั้นในปีมังกรดำ 2555 นี้จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่น่ากลัว แต่ถ้าเป็นผู้ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรมอยู่แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไรมาก แต่อาจจะได้ผลกระทบบ้างเล็กน้อย เนื่องจากคำทำนายก็กล่าวไว้แล้วว่าผู้ประพฤติตนผิดศีลธรรมเท่านั้นที่จะโดนลงโทษ

 

แล้วในปีนี้ยังประจวบเหมาะกับความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลก 2012 ของฝรั่งด้วย ในเรื่องการสิ้นสุดปฏิทินมายา และการที่พระอาทิตย์จะหันจุดดับขนาดใหญ่ตรงมายังโลก ตรงจุดดับนี้เองจะเป็นที่กำเนิดของพายุสุริยะอันจะส่งผลโดยตรงกับสนามแม่เหล็กอันเป็นดั่งเกราะป้องกันของโลก

 

ถ้าในปีนี้จุดดับของดวงอาทิตย์เกิดปะทุขึ้นมาจริง ก็จะระเบิดพายุสุริยะลูกใหญ่ออกมาซึ่งนักวิทยาศาสตร์สากลหลายท่านก็มีความเห็นตรงกันว่าจะเป็นอันตรายต่อโลกมาก เพราะจะทำให้สนามแม่เหล็กของโลกเกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรงได้ สภาพอากาศบนโลกก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ภูเขาไฟที่สงบก็อาจกลับมาปะทุได้อีกครั้งและอาจทำให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเกิดการละลายลงสู่มหาสมุทรเป็นจำนวนมาก จนเกิดภัยพิบัติน้ำทะเลเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ ของโลกเราได้ แต่ก็ขอให้อย่าเกิดหรือถ้าเกิดจริงก็ขอให้อย่าพุ่งตรงมายังโลกของเราเลย

 

เมื่อผมได้อารัมภบทเกี่ยวกับคำทำนายความเป็นไปของโลกเราทั้งในทางโหราศาสตร์จีน ในทางโหราศาสตร์อินเดีย และการคาดคะเนของนักวิทยาศาสตร์ยุโรป เกี่ยวกับความน่าจะเป็นของโลกเราในปี 2555 ไปแล้ว คราวนี้เรากลับมาว่ากันถึงเรื่องประเพณีการไหว้เทพเจ้าเพื่อสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตากันในแบบของทางโหราศาสตร์จีนและโหราศาสตร์อินเดียกันต่อดีกว่า (มีกล่าวไว้ในหนังสือ “คัมภีร์พลิกชีวิต 2555 แก้ชง – เสริมชะตา ปีมังกร” แล้วทั้ง 12 ปีนักษัตร)

 

ตาม 60 รอบปีนักษัตรหรือหลักจั๊บกะจื้อ (六十甲子) ในตำราโหราศาสตร์จีนแล้ว กล่าวว่า ในปี 2555 นี้จะเป็นรอบปีนักษัตรที่มีชื่อว่า “หยิมซิ้ง (壬辰)” อันเป็นปีมะโรงธาตุน้ำ

 

ตามตำราได้กำหนดเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตาประจำปีหรือไท้ส่วย (太嵗) ประจำปีนี้ให้ลงมาคุ้มครองดวงชะตาประจำปีนี้พระนามว่า “彭泰大將軍” ซึ่งออกเสียงตามภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “แพไถ่ไต่เจียงกุง” หรือในภาษาจีนกลางว่า “เผิงไท่ด้าเจียงจวิน”

แล้วได้กำหนดอีกว่ามีปีนักษัตร 5 ปีที่ตกเคราะห์ร้ายในปีนี้ หรือที่เรามักเรียกกันติดปากเหมารวมว่า “ชง” ซึ่งในความเป็นจริงแต่ละปีนักษัตรนั้นใช่ว่าจะชงไปเสียทุกอย่าง ความจริงโชคร้ายประจำปีเช่นนี้ทางวิชาโหราศาสตร์จีนจะแยกออกเป็น 5 รูปแบบด้วยกันดังนี้

 

1. เกณฑ์ “ขัก (剋)” อันหมายถึง การถูกขูดรีด, การหักกลางคัน, การถูกพิชิต ดังนั้นในปีใดที่นักษัตรประจำปีเกิดของท่านมาเข้าเกณฑ์ขัก นั่นย่อมเท่ากับในปีนั้นชีวิตท่านจะต้องประสบแต่เรื่องวุ่นวาย มีลาภแล้วตามมาด้วยทุกข์ มีความสุขความทุกข์คละเค้ากันไป ธุรกิจที่ทำจะต้องประสบกับการถูกขูดรีด มีการต่อสู้แข่งขันที่รุนแรงไม่ว่างเว้น โชคลาภถูกบั่นทอนลงไปครึ่งหนึ่ง

 

2. เกณฑ์ “เฮ้ง (刑)” อันหมายถึง โทษทัณฑ์, คดีอาญา, การถูกจองจำ ดังนั้นในปีใดที่นักษัตรประจำปีเกิดของท่านมาเข้าเกณฑ์เฮ้ง นั่นย่อมเท่ากับในปีนั้นท่านจะต้องพบเรื่องยุ่งยากเกี่ยวกับเอกสารสัญญา คดีความ การต้องไปชดใช้จากการค้ำประกันให้คนอื่น เกิดการเห็นผิดเป็นชอบ ชีวิตจะมีอุปสรรคขวากหนามมากมาย ถูกเข้าใจผิด ถูกกล่าวให้ร้ายเป็นประจำ

 

3. เกณฑ์ “ชง (沖)” อันหมายถึง พิฆาต, การปะทะ, การกัดเซาะ, ความเดือดดาล, การถูกคดโกง ดังนั้นในปีใดที่นักษัตรประจำปีเกิดของท่านเข้าเกณฑ์ชง นั่นย่อมเท่ากับในปีนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เกิดความสูญเสียในทางทรัพย์สมบัติและทางร่างกาย เป็นปีที่จะต้องประสบปัญหาในเรื่องการสูญเสียคนรัก อุบัติเหตุ ถูกศัตรูทำลายให้วิบัติสูญเสีย จึงถือว่าถ้าท่านใดตกเกณฑ์ชงจึงเป็นเกณฑ์ที่เลวร้ายที่สุด

 

4. เกณฑ์ “ผั่ว (破)” อันหมายถึง แตกขาด, แบ่งเฉือน, ผ่าตัด, บุกทำลาย ดังนั้นในปีใดที่นักษัตรประจำปีเกิดของท่านเข้าเกณฑ์ผั่ว นั่นย่อมเท่ากับในปีนั้นโชคลาภของท่านจะถูกแบ่งเฉือนออกไป อาชีพการงานจะไม่มั่นคง ความรักและการเงินจะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นปีแห่งความหงอยเหงาเดียวดาย ขาดผู้อุปถัมภ์ มีศัตรูมาก่อกวนประจำ การเจ็บป่วยของญาติผู้ใหญ่ อีกทั้งยังอาจประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยหรือถูกลอบทำร้ายได้

 

5. เกณฑ์ “ไห่ (害)” อันหมายถึง เป็นภัย, ผลร้าย, ทำให้ลำบาก, อิจฉาริษยา, อุปสรรค, หวาดกลัว, ถูกทำร้าย ดังนั้นในปีใดที่นักษัตรประจำปีเกิดของท่านเข้าเกณฑ์ไห่ นั่นย่อมเท่ากับในปีนั้นท่านจะประสบกับความลำบากในชีวิต หน้าที่การงานถูกขัดแข้งขัดขา มีศัตรูอิจฉารอบทำร้ายข้างหลังเสมอ ความไม่ปรองดองในหมู่ญาติพี่น้อง ประสบกับโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรัง เกิดการทะเลาวิวาทมีปากเสียงได้ง่าย

 

เมื่อทราบดังนี้แล้วก็จะสามารถแยกได้ว่าที่เราเรียกกันว่า “ชง” นั้นเราชงในเรื่องเกี่ยวกับอะไร มีเคราะห์หนักเบาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

 

ซึ่งในปีมะโรงธาตุน้ำ หรือ ปีมังกรดำนี้ ท่านที่มีปีนักษัตรกำเนิดปะทะ หรือชงกับปีนักษัตรจรก็จะมีดังนี้

 

1. เกณฑ์ “ขัก” ได้แก่ท่านที่เกิดในปีนักษัตรมะโรง เนื่องจากปีนักษัตรของท่านได้เวียนมาบรรจบครบรอบ 12 ปีอีกครั้ง ย่อมเท่ากับว่าชีวิตของท่านได้เวียนมาครบรอบการกำเนิดใหม่นั่นเอง

 

ดวงชะตาของท่านจึงมักอ่อนลงดุจทารกแรกเกิด ซึ่งจะมีทั้งเรื่องดีและร้ายเข้ามาในชีวิต ถ้าเป็นเรื่องดีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นเรื่องร้ายดวงชะตาที่อ่อนแอของท่านก็จะต้านทานไม่ค่อยไหว โดยเฉพาะท่านที่เกิดในปีนักษัตรมะโรงธาตุไฟ พ.ศ. 2519 กับปีนักษัตรมะโรงธาตุดิน พ.ศ. 2531

 

ควรไปทำการไหว้พระเสริมดวงขอพรกับพระอวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม) หรือพระนารายณ์ (พระวิษณุ) เพื่อให้พระองค์คุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้

 

2. เกณฑ์ “เฮ้ง” ได้แก่ท่านที่เกิดในปีนักษัตรฉลู โดยเฉพาะท่านที่เกิดในปีนักษัตรฉลูธาตุไฟ พ.ศ. 2480 และ พ.ศ. 2540 กับปีนักษัตรฉลูธาตุทอง พ.ศ. 2504

 

ควรไปทำการไหว้พระเสริมดวงขอพรกับพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี้จั๋งอ๊วงพู้สัก) หรือพระกฤษณะ (อวตารปางที่ 8 ของพระนารายณ์) เพื่อให้พระองค์คุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้

 

3. เกณฑ์ “ชง” ได้แก่ท่านที่เกิดในปีนักษัตรจอ โดยรอบที่ถือว่าเป็นปีตรงกันข้ามหรือปีชงกับปีนักษัตรมะโรงในปีนี้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะท่านที่เกิดในปีนักษัตรจอธาตุไฟ พ.ศ. 2489 และ พ.ศ. 2549 กับปีนักษัตรจอธาตุทอง พ.ศ. 2513

 

โดยท่านที่เกิดในปีนักษัตรจอทั้ง 3 ปีที่กล่าวมา คือ พ.ศ. 2489, พ.ศ. 2513 และ พ.ศ. 2549 ควรระวังตัวให้เป็นพิเศษ จัดได้ว่าเป็นปีที่เข้าเกณฑ์ชงในปีนี้อย่างรุนแรง นอกนั้นถือว่าเป็นปีชงธรรมดา

 

ในปีมะโรงธาตุน้ำนี้ ท่านที่เกิดในปีนักษัตรจอทุกท่านควรงดการไปร่วมในงานอวมงคล อาทิเช่นงานศพ ตลอดทั้งปีมังกรดำนี้

 

แต่ถ้าจำเป็นต้องไปร่วมจริงๆ แบบเสียมิได้ ก็ให้ท่านพกกิ่งชะเอม, ใบทับทิมและเครื่องรางรูปไก่หรือขนไก่ ติดตัวไปด้วยทุกครั้งเพื่อช่วยในการสลายพลังร้ายให้เจือจางลงได้บ้าง

 

ควรไปทำการไหว้พระเสริมดวงขอพรกับเทพเจ้านาจาหรือเทพหนุมาน เพื่อให้พระองค์คุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้

 

4. เกณฑ์ “ผั่ว” ได้แก่ท่านที่เกิดในปีนักษัตรมะแม โดยเฉพาะท่านที่เกิดในปีนักษัตรมะแมธาตุดิน พ.ศ. 2522

 

ควรไปทำการไหว้พระเสริมดวงขอพรกับเทพเจ้าไท้เสี่ยงเหล่ากุง (ปรมาจารย์เหล่าจื้อ) หรือพระศรีมหาทุรคาเทวี  เพื่อให้พระองค์คุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้

 

5. เกณฑ์ “ไห่” ได้แก่ท่านที่เกิดในปีนักษัตรเถาะ โดยเฉพาะท่านที่เกิดในปีนักษัตรเถาะธาตุดิน พ.ศ. 2482 และ พ.ศ. 2542

 

ควรไปทำการไหว้พระเสริมดวงขอพรกับเทพเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะหรือพระศิวะ (พระอิศวร) เพื่อให้พระองค์คุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้

อีกทั้งในปีมังกรดำนี้ทิศต้องห้ามของตัวบ้าน อันเป็นทิศตรีอสูรหรือซาสัวะ (三殺) ที่ทุกท่านไม่ว่าจะเกิดในปีใดก็ตามห้ามทำการขุดเจาะ รื้อ ทุบทำลาย หรือทำอะไรก็ตามที่กระทบต่อพื้นดิน ก็คือทาง “ทิศใต้” ของตัวบ้านท่าน เพราะจะถือเป็นทิศที่ไปปะทะกับองค์ไท้ส่วยแพ่ไถ่ไต่เจียงกุง อันจะก่อให้เกิดเรื่องร้ายๆ กับครอบครัวท่านได้

 

ถ้าหากมีการไปขุดเจาะหรือกระทบกับพื้นดินบริเวณทิศใต้ของตัวบ้านนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติม ซ่อมแซม ตอกตะปู รื้อถอน ขุดเจาะ ปูกระเบื้องในทิศใต้ของตัวบ้านภายในปีนี้ อาจจะทำให้เกิดโทษเกิดชงขึ้นและจะส่งผลร้ายกับดวงชะตาของท่านได้ โดยเฉพาะท่านที่ตกอยู่ในเกณฑ์ขัก เฮ้ง ชง ผั่วหรือไห่ ด้วยแล้วย่อมจะเกิดโทษภัยหนักทวีคูณขึ้นอีก อันอาจถึงแก่ชีวิตก็ย่อมได้ ฉะนั้นจึงต้องระวังเป็นอย่างมากในเรื่องนี้

 

ท่านที่เกิดในปีนักษัตรทั้ง 5 ปีที่กล่าวมาแล้วนั้นนอกจากไปไหว้พระเสริมดวงขอพรแล้ว ก็ควรไปทำการไหว้สะเดาะเคราะห์เสริมดวงกับองค์ไท้ส่วยแพไถ่ไต่เจียงกุง เพื่อให้ท่านช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี อีกทั้งยังให้ท่านช่วยเสริมดวงชะตาให้กล้าแกร่งขึ้นอีกด้วย (ดูรายละเอียดและดูคำทำนายเสริมดวงของปีนักษัตรอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในหนังสือ “คัมภีร์พลิกชีวิต 2555 แก้ชง – เสริมชะตา ปีมังกร” ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้ว)

 

เรื่องต่อไปที่จะขาดเสียมิได้ นั่นก็คือ เรื่อง “ฤกษ์ยามทำการไหว้ต้อนรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ซึ่งจะเสด็จจากสรวงสวรรค์ลงมาประทานความโชคดี ความมั่งคั่งร่ำรวย ให้แก่มนุษย์โลกในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

 

ในปีมังกรดำนี้ เทพเจ้าไช้ซิ้งเอี้ยจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ทางทิศใต้ แล้วมุ่งหน้าเสด็จต่อไปทางทิศเหนือ ดังนั้นการตั้งโต๊ะเซ่นไหว้จึงควรหันโต๊ะเซ่นไหว้ไปทางทิศใต้ โดยตั้งรูปสักการะของเทพเจ้าไช้ซิ้งเอี้ยให้หันหลังอิงไปทางทิศใต้ (หันหน้าไปทางทิศเหนือ) เพื่อให้สอดคล้องกับการเสด็จมาของพระองค์

 

ฤกษ์ยามศุภมงคลในการไหว้รับเสด็จเทพเจ้าไช้ซิ้งเอี้ยในปีนี้ จะตกอยู่ในยามเถาะหรือยามเบ้า (卯) ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่เวลา 03.00 น. – 05.00 น.

 

แต่ถ้าใช้การคำนวณฤกษ์ยามตามหลักโหราศาสตร์เพื่อวางลัคนาที่เป็นศุภมงคลฤกษ์แล้วในช่วงเวลานั้นจะมีฤกษ์ยามที่เป็นมงคลแก่การประกอบพิธีแยกออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ

 

ช่วงเวลา 03.00 น. – 03.10 น. และช่วงเวลา 04.10 น. – 05.00 น. ของเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

 

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในช่วงเวลาแรก คือ ในช่วงเวลา 03.00 น. – 03.10 น. นั้นลัคนาจะเกาะอยู่ในราชาแห่งฤกษ์ซึ่งเป็นฤกษ์ศุภมงคลแห่งความมั่นคงและความเจริญอันยิ่งใหญ่ จึงถือว่าเป็นฤกษ์ศุภมงคลลำดับที่หนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีอาชีพนักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจและพวกนักบริหารระดับสูง

 

 พอพ้นช่วงเวลา 03.00 น. – 04.09 น. ลัคนาก็จะเคลื่อนเข้ามาเกาะสมโณฤกษ์อันเป็นฤกษ์ของผู้ที่ไม่ต้องการทรัพย์หรือฤกษ์ของผู้ที่ต้องการความสงบปล่อยวางเรื่องทางโลก แม้จะเป็นฤกษ์ที่ดีฤกษ์หนึ่งแต่ก็เป็นฤกษ์ที่ไม่เหมาะแก่การไหว้ขอโชคลาภหรือความร่ำรวยซึ่งเป็นเรื่องของทางโลก จึงควรเว้นแม้จะเป็นฤกษ์ที่ดี

 

ต่อมาจึงจะเป็นฤกษ์ศุภมงคลลำดับที่สอง คือ ในเวลา 04.10 น. – 05.00 น. ลัคนาก็จะเคลื่อนต่อมาเกาะที่ทลิทโทฤกษ์ อันเป็นฤกษ์แห่งผู้ขอ ฤกษ์นี้ถือว่าเป็นฤกษ์ที่เหมาะแก่การอ้อนวอนขอทั้งมวล สิ่งที่ขอไปนั้นก็จะสำเร็จสมความปรารถนาได้ง่าย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขาย นักธุรกิจ พนักงานที่กินเงินเดือน เกษตรกร กสิกร ผู้ใช้แรงงานและอาชีพทั่วๆ ไปเป็นอย่างยิ่ง

 

 แล้วเมื่อไหว้ต้อนรับเทพเจ้าไช้ซิ้งเอี๊ยเสร็จแล้ว ในเวลา 05.08 น. – 06.03 น. จะเป็นช่วงเวลาศุภมงคลอีกช่วงเวลาหนึ่งในการเริ่มไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้เจ้าที่ภายในบ้านเรือน

เนื่องจากช่วงเวลานี้ลัคนาจะเคลื่อนมาเกาะในมหัทธโณฤกษ์ อันถือว่าเป็นฤกษ์แห่งทรัพย์ ฤกษ์แห่งเศรษฐี เพราะเปรียบเสมือนการนำเอาโชคลาภจากสวรรค์เข้ามาสถิตไว้ในบ้านเรือนของเรา จึงถือว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นการกอบโกยโชคลาภทรัพย์สินความเจริญรุ่งเรืองอีกฤกษ์หนึ่งของวันตรุษจีนด้วย

 

 “ฮกปี้ตังไฮ่ สิ่วปี้นั้มซัว (福比東海 壽比南山)” ขอให้ประสบกับโชคลาภมากมายไม่มีวันเหือดแห้งประดุจดั่งบูรพามหาสมุทร มีอายุยืนยาวแข็งแรงมั่นคงประดุจดั่งทักษิณมหาบรรพต นะครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ... สวัสดีปีใหม่ครับ

 

โดย กาลปุตรา

บทความอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อเรียก :
รหัสผ่าน :
ยืนยันรหัสผ่าน :
อีเมล :
กรอกอีเมลของคุณ