เปิดตำนานความเชื่อ ชีวิตติดกรรม สยามมงคล ชิมไปขลังไป คุยกับผี
» ไหว้แล้วรวย

หลวงพ่อแดง พระแม่ท่านจอมภักดี ภูเขาหลัก ปริศนาลายแทงมหาสมบัติ

โพสโดย : admin เมื่อ : 3 ธันวาคม 2554, เข้าชมแล้ว 577 ครั้ง

 

กราบไหว้ขอพรหลวงพ่อแดง  พระเกจิดังเมืองทุ่งใหญ่ชม ... พระแม่ท่านจอมภักดี เจดีย์ศรีวิชัย อายุกว่า 1,500 ปี ภูเขาหลัก ปริศนา..ลายแทงมหาสมบัติ ?

 

“อาณาจักศรีวิชัย ก่อตั้งขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 11 หรือ 12 สิ้นสุดลงประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 เป็นรัฐชายฝั่งทะเลมีอิทธิพลการค้าทางทะเลระหว่างอินเดียกับจีน รวมทั้งการค้าระดับท้องถิ่น โดนเฉพาะในหมู่กาะอินโดนีเซีย ศรีวิชัยมีศิลปะที่มีความเกี่ยวกับศิลปะพระพุทธศสนา ลัทธิมหายาน จึงมักพบพระโพธิสัตว์ เช่น พระโพธิสัตว์อลโลติเกศวร พระอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ และศิลปวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพราหมณ์ในลัทธิไวษณพนิกาย นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของสถาปัตตยกรรมตลอดโบราณสถานทั้งในปาเล็มบัง เกาะสุมาตรา และคาบสมุทรมาเลย์ทางภาคใต้ของไทย”

 

วัดภูเขาหลัก ตั้งอยู่ บ้านจอมภักดี หมู่ที่ 5  ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครสีธรรมราช  เป็นวัดราษฎร์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย โดยประมาณ พ.ศ. 1320 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ปี พ.ศ. 2340 วัดนี้สร้างขึ้นในบริเวณเทือกภูเขาหลัก ตามชื่อภูเขา ใครเป็นผู้สร้างไม่มีหลักฐานทราบแน่นชัด แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบทอดต่อกันมาจนถึง โกวิทย์ แจ่มจรัส อายุ 62 ปี อดีตกำนันตำบลคลองเส อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้เป็นแหล่งข้อมูลเล่าให้กับนิตยสารเซียนว่า เป็นวัดที่ชาวลังกาสิงหลได้มาสร้างไว้ เพราะชาวลังกาสิงหลได้ล่องเรือนำสินค้าลงเรื่อเพื่อทำการค้าขายระหว่างกันพร้อมกันก็ได้นำเงินทอง และสิ่งของต่างๆ นำไปขึ้นพระธาตุ (ไหว้ธาตุ) ที่เมืองนครศรีธรรมราช ได้ล่องเรือทางทะเลมาเรื่อยๆ มาจนถึงแถวๆ เทือกเขาภูเขาหลัก จึงได้ทราบว่าพระธาตุได้สร้างเสร็จแล้ว และเห็นว่าบริเวณนี้มีชัยภูมิที่เหมาะสม มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะสมที่จะสร้างวัดและฝังสมบัติเหล่านั้นไว้ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป จึงได้พากันสร้างวัดขึ้นที่เนินแห่งนี้

 

วัดภูเขาหลัก อยู่มาจนถึงครั้งที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ประมาณปี พ.ศ. 2257 ได้มีพ่อท่านอุปัชฌาย์เพชรด้วงเฒ่า เป็นเจ้าอาวาสปกครองอยู่ ซึ่งท่านมีความสามารถในเชิงกวี และมีฝีมือในการก่อสร้าง ได้มาทำการบูรณะปฏิสังข์ขรณ์เสนาสนสงฆ์ ตกแต่งพระอุโบสถ และพระเจดีย์ กุฏิวัดวาอารามจนเกิดความเจริญรุ่งเรืองมาก มาถึงในปี พ.ศ. 2430 พระครูนนทสิกขกิจ (หลวงพ่อนาค) เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระอุปัชฌาย์ และอดีตเจ้าคณะแขวงกิ่งท่ายาง ก็ได้ทำนุบำรุงปรับปรุงวัดให้เกิดความเจริญขึ้นตามลำดับ เพราะชาวบ้านต่างนับหน้าถือตา และเคารพท่านเป็นอย่างมาก การซ่อมแซมและบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ โดยเฉพาะพระเจดีย์ และพระอุโบสถ ท่านนั้นได้ฝากฝีมือการช่างศิลปกรรมต่างๆ ไว้ แต่รูปทรงนั้นได้คงเดิม ท่านได้กล่าวว่า “ของทุกอย่างจะต้องรักษาไว้ไม่ให้เสียทรง เพื่ออนุชนรุ่นหลังที่ยังไม่รู้ จะได้ดูได้เห็นเพื่อเป็นอนุสรณ์”

 

 ในปี พ.ศ.2457 ได้มีสมเด็จพระอุปัชฌาย์ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ ได้เสด็จมายังที่วัดภูเขาหลัก ขึ้นมากราบนมัสการเจ้าอาวาสที่อุโบสถ และนมัสการพระเจดีย์ ประทับค้างแรมที่พลับพลารับเสด็จอยู่ทางด้านหน้าของวัดริมแม่น้ำตาปี วันรุ่งขึ้นจึงเสด็จไปคล้องช้างที่ตั้งเพนียด (คอกช้าง) อยู่ในบริเวณวัดถัดห่างออกไปทางทิศใต้ 37 เส้น เรียกชื่อว่า “คอกทุ่งหวายขม” ปี พ.ศ. 2481 พระครูธรรมิสรานุวัตร (หลวงพ่อแดง) เข้ามาเป็นผู้ปกครองวัดอดีตเจ้าคณะอำเภอทุ่งใหญ่ ท่านก็ได้สืบทอดเจตนาบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ และสร้างเสนาสนะสงฆ์ขึ้นใหม่ มาปลายปีสมัยที่ท่านปกครองวัด ได้มีวิกฤตภัยธรรมชาติบังเกิดขึ้น 2 ครั้ง ด้วยกัน เกิดวาตภัย จึงทำให้พระอุโบสถหลังเก่าสร้างมามีอายุนับร้อยปีไม่สามารถใช้งานในกิจทางสงฆ์ได้อีกหากจะซ่อมแซมก็ไม่สามารถทำได้ และเสนาสนะก็ถูกทำลายไปมาก พระประธาน พระอัครสาวก และพระเบญจวัคคีย์ ได้ถูกกำแพงและหลังคาพระอุโบสถหล่นลงมาทับเกิดความเสียหาย จึงได้ทำการรื้ออุโบสถหลังเก่า และสร้างทับของเดิมพร้อมกับสร้างให้ใหญ่ทดแทนกว่าเล็กน้อย โดยเริ่มบูรณในปี พ.ศ. 2508 จนถึงปี พ.ศ. 2515 แต่ไม่สามารถสร้างเสร็จก็มรณภาพเสียก่อน

 

โกวิทย์ แจ่มจรัส อายุ อดีตกำนันตำบลคลองเส ได้เล่าเพิ่มเติมให้ฟังว่าภูเขาหลักมีเหล็กไหลซึ่งหลวงพ่อแดงท่านได้ขึ้นเขาไปตัดเหล็กไหลโดยใช้น้ำผึ้งเป็นตัวล่อจากนั้นได้บริกรรมคาถาตัดเหล็กไหล แล้วจากนั้นนำมาฝังไว้กับตัวท่านในปัจจุบันได้มีอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในคาถาอาคมขึ้นไปตัดเหล็กไหลแต่ก็ไม่สามารถพบได้จะแต่เป็นเพียงขี้เหล็กไหล แม้แต่ขี้เหล็กที่ค้นพบเจอในภูเขาหลักก็เป็นเครื่องรางได้เหมือนกันแต่จะมีฤทธิ์ไม่เท่ากับเหล็กไหล เรื่องเหล็กไหลและขี้เหล็กไหลนี้มักจะเชื่อเฉพาะบุคลผู้ที่อ่านนั้นจะต้องใช้ดุลยพินิจในการอ่านว่าจริงหรือไม่เพราะเป็นเรื่องที่เล่ากันมา และบางตอนเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อว่า วัดภูเขาหลักนั้นมีสิ่งสำคัญที่จะเล่าต่อ คือ “ลายแทง” หรือ “ปริศนา” สมบัติและสิ่งสำคัญที่กำลังชำรุด คือ  กำแพงโดยรอบ พระเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าสร้างและมีอายุใกล้เคียงพระธาตุนครศรีธรรมราชที่อยู่ในช่วงศรีวิชัยมีความเจริญรุ่งเรือง และมีอำนาจในแถบนี้ และอุโบสถซุ้มประตูชัยที่ก่อด้วยอิฐโบราณ “ลายแทง” หรือ “ปริศนา” สมบัติ ของวัดมีใจความว่า “วัดภูเขาหลัก มีจักสองลวด เงินทองสองขวด อยู่ใต้ลวดจัก” หรือ “วัดภูเขาหลักเป็นหลักล่ามวัว มีม้าสี่ตัวประจำหลักไว้ ถ้าใครคิดได้กินไม่รู้สิ้นเอย”

 

วัดภูเขาหลักมีเสนาสะที่น่าศึกษาเป็นย่างมาก เช่น อุโบสถที่มีความเก่าแก่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระแม่ทานจอมภักดี สร้างด้วยปูนปั้นคู่กับวัดมาแต่เดิม มีขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก สูง 6 ศอก 22 นิ้ว ลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอทุ่งใหญ่ พระโมคคัลลา พระสารีบุตร ทั้งสองมีหน้าตักกว้าง 35 นิ้ว สูง 49 นิ้ว สร้างด้วยปูนปั้น ลงรักปิดทอง พระเบญจวคีย์ หน้าตักกว้าง 20 นิ้ว สูง 35 นิ้ว พระพุทธรูปที่อยู่รอบๆ พระประธาน สร้างด้วยปูนปั้น ลงรักปิดทอง พระเจดีย์ สร้างในสมัยศรีวิชัย สร้างตามลัทธิมหายาน เป็นเจดีย์ที่มีความเก่าเกือบ 1, 500 ปี ก่อสร้างด้วยอิฐโบราณแผ่นใหญ่ เสริมด้วยปูนปั้นตั้งอยู่ทางทิศใต้ ฐานมีลักษณะเหลี่ยมจตุรมุข ยอดแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ลดหลั่น มีจตุรมุขทุกๆ ชั้น ขั้นยอดพระเจดีย์เหมือนองค์ระฆัง ลักษณะรูปสี่เหลี่ยมอันเป็นที่ตั้งของเจดีย์ ฐานกว้าง 8 เมตร ยาว 8 เมตร สูง 12 เมตร มีประดับถ้วยลายคราประดับเป็นลวดลายที่มีความงาม ปัจจุบันนี้มองไม่ค่อยเห็นเครื่องถ้วยลายครามจากเมืองจีนมีการหล่นแตก หรือถูกมือดีแอบลักขโมยไป เป็นปูชนียสถานอันสำคัญอย่างยิ่ง ได้มีการบูรณะและลงสีแต่ก็ยังทรงรูปแบบดังเดิมให้ได้ศึกษาถึงศิลปะวัฒธรรมของสมัยศรีวิชัย กุฏิอนุสรณ์พ่อท่านแดง มีลักษณะเป็นทรงไทย เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าอาวาสในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมี พระครูนนสิกขกิจ (หลวงพ่อนาค) พระครูธรรมิสรานุวัตร (หลวงพ่อแดง) พระอุดมอดุลธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อผดุง) และเกจิอาจารย์สายใต้ที่ดัง เมื่อหลวงพ่อแดงได้มรณภาพลงต่อมาพระอุดมอดุลธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อผดุง) ได้เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อในปี พ.ศ. 2516 ได้พัฒนาวัดมาจนถึงปัจจุบันจนเกิดความเจริญขึ้นตามลำดับ ท่านได้มรณะลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา

        เจดีย์ศรีวิชัยวัดภูเขาหลัก และ พระแม่ทานจอมภักดี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างขึ้นเพื่อบรรจุสิ่งของมีค่าเมื่อทราบข่าวว่าพระธาตุนครศรีธรรมราชสร้างเสร็จ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนี้ ชาวบ้านมักจะกราบไหว้ขอพรเสมอ และก็มักจะได้สมปรารถนาตามที่ของไว้ทุกประการ และยังมี พระครูธรรมิสรานุวัตร (หลวงพ่อแดง) อดีตเจ้าอาวาสวัดภูเขาหลัก ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งใครเข้าไปกราบไหว้ขอพรมักจะสมปรารถนาทุกรายไป

 

แหล่งข้อมูลจากนิตยสารเซียน

บทความอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อเรียก :
รหัสผ่าน :
ยืนยันรหัสผ่าน :
อีเมล :
กรอกอีเมลของคุณ